Sunday, September 28, 2014

คำคมวันละนิด จิตแจ่มใส (A Quote A Day) : "Don't let your happiness depend on something you may lose"

คำคมวันละนิด จิตแจ่มใส (A Quote A Day) : "Don't let your happiness depend on something you may lose."


มาแว้วววว กลับมานั่งแท่นเขียนบทความสาระไม่มี เอ้ยยย สาระดีๆให้อ่านกันขำๆนะ เนื่องด้วยพักร้อนครั้งล่าสุดได้มีโอกาสกลับไปกราบอาจารย์สมัยม.ปลาย ได้เจอเพื่อนๆรุ่นดึกดำบรรพ์แล้วใจเต้นแรง ใครที่มีชีวิตผ่านมาได้ถึงขนาดนี้ ถือว่าประสพความสำเร็จแล้ว เดินเข้าโรงเรียนไปได้เห็นน้องๆกำลังสอบ พี่อยากจะบอกน้องๆว่าชีวิตช่วงวัยรุ่นม.ปลายหาที่ไหนไม่ได้แล้วน้องเอ้ยยย เพราะฉะนั้น จงใช้มันอย่างคุ้มค่า นะจ๊ะ ~

เข้าเรื่อง เพื่อนดารณีและเพื่อนเสาวณีย์ไปเห็นโพสในเฟซบุคของลิงอันนึงมีใจความว่า "Don't let your happiness depend on something you may lose." แล้วถามมาว่าแปลว่าอะไร แปลให้ฟังหน่อย แปลให้ฟังเลยมันก็ง่ายไปมั๊ยเพื่อนรัก!? ไหนลองแปลมาซิ คิดว่าแปลว่าอย่างไร เพื่อนกล้าลอง แปลมาว่า "อย่าให้บางสิ่งมาทำให้ความสุขสูญหายไปจากคุณ" อืมมมมมม โอเคเพื่อน เดี๋ยวลิงจัดให้ 

"Don't let your happiness depend on something you may lose." แปลได้ว่า อย่าให้ความสุขของคุณไปขึ้นอยู่กับบางสิ่งบางอย่างที่คุณอาจจะเสียมันไป

คำคมนี้เอามาสอนภาษาอังกฤษได้อยู่เหมือนกัน เดี๋ยวขอลิงจับมันแยกก่อนนะ

1. Don't let 
2. Depend on
3. You may

เท่าที่คิดได้ มี3ข้อ เอาชิวๆนะ

1. Don't let คือ อย่าปล่อยให้ ... 
ตัวอย่าง เช่น Don't let him go อย่าปล่อยเค้าไปนะ (เป็นคนดีมาก!?) , Don't let me down อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะ

สังเกตุวิธีการใช้ don't let ว่า don't let เนี่ย don't let อะไร? หรือ don't let ใคร? เพื่ออะไร 
*ใครเคยดู Tinanic ต้องจำประโยคนึงได้ "Don't let go" ในที่นี้คือ "อย่าปล่อยมือชั้นไปนะ" นั่นเอง
*ยุคนี้ต้อง "Frozen" ชิมิ อ่ะจัด "Let it goooooooooooo, let it gooooooooo" มาเป็นเพลง -_- "Let go" หรือ "Let it go" ก็คืิอ ปล่อยมันไป นั่นเอง ใครปัญหาเยอะแยะ จะแบกไว้ทำเพื่อ!? Let it go คับน้องคับ ~

***พี่คิดแทนให้น้องๆที่สับสนว่า อ่าวเพ่ แล้ว "Let's go" หล่ะ -_- เอ่ออออ น้องคับ "Let's go" นั่นแปลว่า "ไปกันเถอะ" ต่างหากคับน้อง จบนะ ~ ^_^

2. Depend on คือ ขึ้นอยู่กับ ...
ตัวอย่างง่ายๆ จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ต้องอ่านหนังสือหัวฟูแบบไม่ต้องเข้าร้านทำผม ใครที่ซีเรียสกับการเอนทรานซ์มากๆจะบอกว่า "My life depends on this exam" ชีวิตฉันขึ้นอยู่กับการสอบครั้งนี้ คับน้องคับ พี่เข้าใจคับ แต่น้องคับ เอากันจริงๆมั๊ยคับ "Your life depends on yourself" ต่างหากหล่ะคับ น้องจะเรียนที่ไหนไม่สำคัญ สำคัญที่ตัวน้องคับ 

*พวกเจ้าหนูจำไม จะมาแย้ง ทำไม depends เติม s -_- กฏของคำกริยาที่ตามหลัง He/She/It ต้องเติม s ขอรับกระผม My life-Your life มันคือ It ดีๆนี่เอง อีกหลักการดูที่ถ้าพี่จำไม่ผิดคือ ถ้ามีพวก Do/Don't อยู่ในประโยคแล้ว คำกริยาที่ตามหลัง He/She/It ไม่ต้องเติม s แล้ว (*อันนี้เข้าขั้นadvanced แล้วคับใครอยากรู้ลึกๆinboxเข้ามาส่วนตัว เดี๋ยวพี่มาจัดให้ทีหลัง) ตัวอย่างเห็นกันง่ายๆ Don't let her go ไม่ใช่ Don't let her goes

3. You may คือ คุณอาจจะ ...
แต่ที่อยากจะบอกในที่นี้คือ "You may" นี่นะ มันเป็นคำตอบสำหรับประโยคคำถามที่ขึ้นด้วย "May I .....?" เช่น แอร์โฮสเตสชั้นเฟิคลาสต้องการจะเก็บจานสลัด(Starter)ออกไปเพื่อจะได้เอาเสต๊กไก่(main course)มาวาง เค้าก็จะพูดกับผู้โดยสารคนนี้ว่า "May I take the plate?" ขออนุญาติเก็บจานค่ะ คำตอบที่ผู้โดยสารคนนี้ต้องพูดคือ "You may" หรือ "Yes, please" แปลได้ว่า เชิญเลยครับ 

You may แบบอื่นๆก็ใช้ได้ตามแต่ต้องการจะสื่อว่า "อาจจะ"อะไร "If you continue to have McDonald's at midnight, you may get fat." ถ้ายังจะกินแมคโดนัลด์ตอนเที่ยงคืนไปเรื่อยๆแบบนี้ล่ะก็ เธออาจจะอ้วนเอาได้นะ

*May/Might แปลว่า "อาจจะ" เหมือนกัน ขอเก็บไว้พูดในขั้น advanced ถ้ามีคนขอมานะ ถ้าไม่มีก็ผ่าน อิอิ

สรุป "Don't let your happiness depend on something you may lose." แบบไทยๆยุควัยรุ่นคือ เพื่อน/แฟน ที่ไม่ใช่คนดี น้องๆไม่ควรไปยึดติดกับพวกเค้ามากนัก เพราะเรารักมากหลงมาก เค้าทำอะไรเราก็รัก แบบนี้คือ ถ้าวันนึงพวกเค้าจากไป แล้วน้องจะทำยังไง นั่นคือคำถาม พี่ขอแนะนำว่า รักตัวเองดีที่สุดคับ ฟันธง 

"Don't let your happiness depend on something you may lose." ในแบบสิ่งของคือ พวกติดแบรนด์ทั้งหลายแหล่ ไม่มีแล้วจะหมดลมหายใจ อะไรแบบนี้ ถ้าวันนึงไม่มีเงินซื้อแล้ว หรือของมันเริ่มแก่ชราลงตามวัยแล้ว ชีวิตก็จะเป็นทุกข์ หาสุขเอามิได้ เลยเป็นเหตุให้ต้องเข้าวัดเข้าวา บำบัดกันยามแก่ นะ 

อนุโมทนาสาธุ ไปและ หิววววววววววววววว ~